“ยารักษาสิว” ตัวสร้างเรื่องสิวอักเสบไม่หยุด
รู้บ้างไหม…ว่าหากคุณใช้ยารักษาสิวติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเซลล์ผิวเกิดความอ่อนแอ มีช่องว่างระหว่างเซลล์ผิวให้เชื้อแบคทีเรียรุกราม ทำให้เกิดวงโคจรสิวอักเสบไม่มีวันหยุด…
หลายๆคนคงไม่ทราบว่าฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็ก สามารถเข้าไปสะสมอุดตันใน “รูขุมขน” บนใบหน้าได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายการเกิดสิวผดผื่นเห่อทั่วใบหน้าจะเกิดขึ้นจนขาดความมั่นใจและหาวิธีรักษาจนลืมนึกถึงผลข้างเคียงของการรักษาที่จะเกิดขึ้น
เราจึงสรุปวิธีการรักษาสิวด้วยตัวยาแต่ละชนิดเพื่อผลประโยชน์ของผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิวจะได้รู้เท่าทันยารักษาสิวและผลข้างเคียง สามารถแยกได้ดังนี้ค่ะ
? สเตียรอยด์
บางคลินิกเลือกใช้สเตียรอยด์เพื่อให้สิวยุบอย่างรวดเร็ว เพื่อกดภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำงาน ลดการเกิดสิวอักเสบ ผลการรักษาชนิดนี้ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย P.acnes จึงทำให้เชื้อแบคทีเรียยังคงอยู่บนใบหน้า เมื่อคุณหยุดการรักษาด้วยสเตียรอยด์ จึงเกิดการกระตุ้นสิวอักเสบเห่อเต็มหน้า
เพราะฉะนั้นผู้ที่เลือกใช้การรักษาแบบนี้ ควรหมั่นดูแลผิวหน้าให้สะอาด ลดเชื้อแบคทีเรียบนใบหน้า ลดโอกาสการเกิดสิวเห่อหลังจากการลดปริมาณสเตียรอยด์ และการรักษาชนิดนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
![]()
? ยาปฏิชีวนะ
เป็นวิธีฆ่าเชื้อแบคทีเรีย มีทั้งชนิดกินและทา มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แต่ผลเสียของข้อนี้คือการดื้อยาหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ผลการรักษาจะไม่ได้ผล อีกทั้งหากร่างกายสัมผัสกับยาปฏิชีวนะนานๆ จะเสียสมดุลของเชื้อที่อยู่บนผิวและอาจกลายเป็นติดเชื้ออื่นๆ แทน จึงต้องเปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นวิธีอื่น
? กรดวิตามินเอ
การรักษาวิธีนี้จะทำหน้าที่ยับยั้งสาเหตุของการเกิดสิวโดยกดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผลิตสารที่เป็นไขมัน (sebum) ลดลง ลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ลดการอักเสบของสิว และยับยั้งการสร้างคอมีโดน แต่การรักษาชนิดนี้มีผลข้างเคียงตามมา คือเกิดระคายเคือง หน้าแห้ง ผิวอาจจะไวต่อแสง และสำคัญที่สุดคือ ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ เพราะสามารถก่อให้เกิดความพิการต่อทารกในครรภ์ได้…
![]()
Comments