ช่วงนี้เรียกว่าอากาศเริ่มมีลมหนาวเข้ามาแล้ว นอกจากปัญหาสุขภาพแล้ว สุขภาพผิวของเราก็สำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้นควรดูแลดีๆ เราจึงแยกปัญหาที่จะเกิดมาให้ลิสต์ดูกันเพื่อป้องกันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ

1. ผิวมัน
ฤดูหนาวทำให้เราผิวมันได้เช่นกันไม่ต่างอะไรจากฤดูร้อน ซึ่งถ้าผิวหน้าเราขาดความชุ่มชื้น หรือขาดน้ำ ซึ่งผิวที่ขาดน้ำ ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวเราก็จะปล่อยน้ำมันออกมามากกว่าปกติเพื่อไม่ให้ผิวเราแห้งเกินไป ก็จะทำให้หน้าของเรามันเยิ้มได้
วิธีรับมือ
❄ ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์สม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
❄ ทาเซรั่มเนื้อครีมบางเบา ที่มีความสามารถในการกระตุ้นให้ผิวสร้างมอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้เอง

2. ผิวแห้ง
ปัญหาอีกเรื่องที่ปฏิเสธอไม่ได้คือ “ผิวแห้ง” นั่นเองค่ะ โดยเฉพาะคนที่มีประเภทผิวที่เป็นผิวแห้งอยู่แล้ว พอเจออากาศหนาวเย็น ก็ยิ่งทำให้ผิวแห้ง ลอกเป็นขุยเข้าไปใหญ่
วิธีรับมือ
❄ การเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในอากาศหนาวแบบนี้ แนะนำให้ใช้แบบความเข้มข้นสูงค่ะ
❄ หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำร้อน เพราจะยิ่งทำให้หน้าแห้งมากกว่าเดิม
❄ ควรใช้โฟมล้างหน้าแบบอ่อนโยน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว

3. ปากแห้ง
นอกจากผิวหน้าที่จะแห้ง ลอกเป็นขุยแล้ว ยังรวมถึงผิวปากเราด้วยค่ะ ยิ่งหน้าหนาว ปัญหาผิวริมฝีปากแห้งจะยิ่งเห็นชัดขึ้น เพราะว่าผิวปากเราไม่มีต่อมไขมัน และพอไปสัมผัสกับอากาศที่แห้งและหนาวเย็นก็ทำให้ผิวริมฝีปากแตก แห้ง ลอกเป็นขุยออกมาได้ นอกจากจะทำให้ดูผิวไม่เรียบเนียนแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกเจ็บจากอาการผิวแตกแห้งได้ด้วย
วิธีรับมือ
❄ ก่อนทาลิปสติกสีต่างๆ ควรทาลิปบาล์มเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นก่อน
❄ ทาขี้ผึ้งเพิ่มความชุ่มชื้น
❄ ถ้ารู้สึกว่าปากเริ่มแห้ง ไม่ควรเลียปาก เพราะจะยิ่งทำให้ผิวริมฝีปากแห้งยิ่งกว่าเดิม
![]()
4. รังแค
หนังศีรษะเราก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของผิวเช่นกัน ผิวหนังศีรษะได้รับผลกระทบจากอากาศนาวไม่แพ้ผิวหน้าของเราเลย ถ้าเราลองสังเกตุจะเห็นว่าในช่วงฤดูหนาวจะมีรังแคเยอะกว่าปกติ นั่นก็เพราะว่าอากาศหนาว ทำให้เซลล์ผิวเก่าตามหนังศีรษะก็ลอก ตกสะเก็ดออกมา
วิธีรับมือ
❄ ไม่ควรสระผมบ่อยเกินไป
❄ ไม่ควรใช้น้ำร้อนสระผม เพราะน้ำร้อนจะดึงเอาความชุ่มชื้นออกไปได้
❄ ใช้ครีมนวดผมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะ
❄ ทานวิตามินบี สังกะสี และกรดไขมันโอเมก้า 3 เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

Comments